Articles

คนสร้างเกม (3) ปังปอนด์ เกมมหาสนุก 4 IN 1

In เกม on September 3, 2010 by victorytoys

  

การเดินทางไกลนับพันลี้ เริ่มต้นจากก้าวที่หนึ่ง

                หลังจากที่ผมได้ออกแบบเกมเศรษฐีทั้งสองเกมแรกจนเสร็จสิ้นไปแล้วนั้น ผมก็เปิดรับข้อมูลใหม่ๆเข้ามาเพื่อพิจารณาถึงเกมอื่นๆที่มีความเป็นไปได้อีกในตลาด เช่น เกมบิงโก เกมหมากฮอส เกมหมากรุก และเกมรวมมิตร ซึ่งหมายถึงเกมกระดานง่ายๆ หลายเกม รวมอยู่ในหนึ่งกล่อง เช่น เกมงูตกบันได เกมรถเมล์มหาสนุก เกมเขาวงกต และอื่นๆ  แล้วผมก็เริ่มตรวจสอบเสียงตอบรับจากคนรอบข้างอีกครั้งหนึ่ง แล้วจึงตัดสินใจไปในแนวทางการสร้างเกมรวมมิตรขึ้นมาสัก 4 แบบ ซึ่งน่าจะไม่มาก และไม่น้อยจนเกินไป

                ในขณะเดียวกัน ผมก็ลงลึกไปในวัตถุดิบที่ผมมีอยู่ นั่นคือ เนื้อหาของคาแรคเตอร์ที่ได้รับมา ซึ่งก็มีอยู่หลากหลายพอสมควร และผมก็เริ่มเลือก theme ภาพที่น่าจะนำมาพัฒนาให้สอดคล้องกันได้กับเกมที่คัดเลือกมาแล้ว โดยเริ่มวาง layout คร่าวๆให้กับแต่ละเกม ดังนี้

                เกมที่หนึ่ง เกมงูไต่บันได กลายเป็น เกมเที่ยวสวนสนุก

                จากรูปแบบการใช้สัญลักษณ์ งู และ บันได แทนการขึ้น และลงของผู้เล่น ผมรู้สึกว่ามันเป็นรูปแบบที่เชย และล้าสมัย เพราะตั้งแต่ตอนเด็กๆ ผมเคยคิดว่า ทำไมเจอหัวงูแล้วต้องเดินลง แล้วตอนเจอหางงูกลับให้อยู่กับที่ หรือทำไมเจอปลายบันไดแล้วให้ขึ้นเท่านั้น ถ้าเดินไปเจอหัวบันไดทำไมไม่ต้องเดินลงบ้าง ผมจึงศึกษาแนวความคิดในตลาดปัจจุบัน และพบว่ามีการใช้การเคลื่อนที่ของสิ่งของ หรืออุปกรณ์ มากำหนดทิศทางการขึ้น-ลง แทนงูและบันได ซึ่งอันนี้ ผมถือว่า น่าสนใจ และใน Theme Fun Park ของปังปอนด์ ก็มีภาพอุปกรณ์เครื่องเล่นในสวนสนุกตั้งหลายอย่าง ผมจึงนำมาวางร่างคร่าวๆให้เป็นกระดานเกมงูไต่บันไดในรูปแบบใหม่ที่สวยงาม และการขึ้น-ลงให้สอดคล้องกับทิศทางของเครื่องเล่นที่ควรจะเป็น เช่น การล่องแก่งเป็นการลง การนั่งชิงช้าสวรรค์เป็นการขึ้น การนั่งม้าหมุนเป็นการไปข้างหน้า เป็นต้น

                เกมที่สอง เกมตามลายแทง เป็นเกมล่าขุมทรัพย์

                เกมตามลายแทง ถือเป็นเกมกระดานยอดนิยมเกมหนึ่งของเด็กๆ  การเดินไปตามเส้นทางที่วกวนซับซ้อน และเจออุปสรรคบ้าง เจอของมีค่าบ้าง เป็นเรื่องราวที่เติมเต็มความฝันด้านการผจญภัยของเด็กๆได้ดีทีเดียว ซึ่งการล่าขุมทรัพย์ทำให้มีความรู้สึกสัมผัสได้ถึงความลึกลับ การขุดค้น และชนเผ่าโบราณ ผมจึงร่างเส้นทางให้แฝงภาพของหน้ากากอินคาเอาไว้ นั่นคือ มีตาสองข้าง จมูก ปาก และตำแหน่งหน้าผาก คือ เส้นชัยสุดท้าย โดยเฉลยในตอนสุดท้ายว่า ขุมทรัพย์ที่ตามหานั้น คือ ความรู้อันล้ำค่าของอารยธรรมสมัยโบราณ ไม่ใช่ ทรัพย์สมบัติอะไรที่ไหนหรอก อย่างน้อย ในจินตนาการของเด็กๆ ก็จะจดจำเอาไว้ว่า ความรู้ ก็เป็นสิ่งที่มีค่าเช่นกัน

                เกมที่สาม จากกิจกรรมสร้างสรรค์ในชีวิตจริง สู่เกมลดโลกร้อน

                ช่วงนี้ ผมมีโอกาสไปร่วมงานแถลงข่าวเกี่ยวกับการรณรงค์ลดโลกร้อน ก็เลยเกิดความคิดว่า น่าจะทำเกมขึ้นมาสักเกมหนึ่งให้สะท้อนถึง campaign ดังกล่าวด้วย ดังนั้น เมื่อนึกถึง ลดโลกร้อน ก็เลยนึกถึง น้ำ  สิ่งที่น่าสนใจในการเดินทางบนน้ำ คือ ความอิสระ  จะไปข้างหน้า ถอยหลัง ไปซ้าย ไปขวา หรือไปเฉียงๆก็ได้ทั้งนั้น ผมจึงร่างต้นแบบออกมาให้ภาพออกมาแบบใสๆ สีหวานๆ ใช้กราฟฟิคง่ายๆ แต่ปรากฏว่า เป็นกระดานที่โดนแก้ไขมากที่สุดในงานนี้เลยทีเดียว กว่าจะออกมาได้ถูกใจ และต้องถือว่า เป็น เกมน้ำดี ที่สร้างสรรค์อีกเกมหนึ่ง

เกมที่สี่  เกมม้าแข่ง กลายเป็น เกมแข่งวิบาก

เกมนี้เป็นเกมที่เข้าใจได้ง่ายที่สุด ตรงไปตรงมาที่สุด แต่เป็นเกมที่ร่างต้นแบบได้ยากที่สุดเช่นกัน ผมนึกถึงลู่วิ่งของรถแข่งหลายครั้งที่เคยเห็นมา แล้วตอบกับตัวเองว่า มันก็คือ เลข 8 ทั้งนั้น เพียงแต่จะเบี้ยวซ้าย เบี้ยวขวา หรือบิดหดไปตามภาพประกอบที่เกิดขึ้นเท่านั้น ดังนั้น ต้นแบบของเส้นทางเดินนี้ คือ เลข 8 ตัวอ้วนๆเท่านั้น นอกนั้น ผมให้อิสระกับคนออกแบบศิลป์เต็มที่เลย แต่ผมคุมโทนให้อยู่ในความเป็นจีนตามธีมหลักที่เลือกมาเท่านั้น

                พอเรียบเรียงขึ้นมาครบ 4 เกมแล้ว ผมก็มาเขียนคำอธิบายวิธีการเล่น ด้วยสำนวนภาษาที่แตกต่างไปจากเกมเดิม และได้พบกับสิ่งที่เชื่อมโยงกันขึ้นมาได้ประการหนึ่ง นั่นคือ ดิน น้ำ ลม ไฟ เพราะ

  • สีน้ำตาล                 เป็นตัวแทนของพื้นดิน กับ เกมล่าขุมทรัพย์ เร้นลับกับแดนดิน
  • สีฟ้า        เป็นตัวแทนของผืนน้ำ กับ เกมลดโลกร้อน ท่องคลื่นบนผืนน้ำ
  • สีเขียว     เป็นตัวแทนของลมพัด กับ เกมเที่ยวสวนสนุก เริงร่ารับสายลม
  • สีแดง      เป็นตัวแทนของแสงไฟ กับ เกมแข่งวิบาก ร้อนแรงดั่งแสงไฟ

และแล้ว งานนี้ก็ได้ส่งออกสู่ตลาดไป ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2551

Articles

คนสร้างเกม (2) เกมเศรษฐีเด็ก ปังปอนด์ อัจฉริยะรอบด้าน

In เกม on September 2, 2010 by victorytoys

  

                จงกล้าที่จะคิดนอกกรอบ แต่ยังคงรับฟังความคิดเห็นของคนอื่น

หลังจากที่เสร็จสิ้นการสร้างเกมแรกไปไม่นานนั้น ผมเกิดความคิดใหม่ขึ้นมาอย่างหนึ่งแตกยอดออกมาจากเกมแรก นั่นคือ โรงเรียนสอนพิเศษที่มีมากมายหลายอย่างในสังคมปัจจุบัน ดังนั้น เกมเวอร์ชั่นสองนี้ ผมจะทำให้ไม่เหมือนแวอร์ชั่นแรกอย่างแน่นอน

สิ่งที่ผมพยายามจะนำเสนอในเกมนี้คือ เรื่อง Mutiple Intelligence ความฉลาดหลากหลายด้าน ที่แสดงให้เห็นถึงคุณลักษณะของทักษะด้านอื่นๆนอกเหนือจากการเรียนเพื่อสอบวัดผลเท่านั้น ซึ่งโดยส่วนตัว ผมก็พยายามพัฒนาลูกๆให้มีความรู้และทักษะอื่นๆมากกว่าจะเน้นแต่เรื่องการเรียน การสอบในหลักสูตรการศึกษาเพียงอย่างเดียว

ครั้งนี้ ผมเริ่มออกแบบจากเนื้อหาบนกระดานให้ครอบคลุมทักษะต่างๆ 6 ด้านก่อน แล้วค่อยปรับแต่งโรงเรียนหรือความสามารถที่จะได้จากสถานที่นั้นๆลงไปอีกทักษะละ 4 ความสามารถ รวมเป็น 24 โรงเรียน หรือ 24 ความสามารถ ที่แตกต่างกัน จนลงตัวเป็นที่น่าพอใจ และได้ถ่ายทอดความเป็นคู่ ระหว่างภายใน และภายนอกร่างกายออกมาด้วย ดังนี้

1.       ทักษะภายนอก

a.       ร่างกาย

                                                                                                   i.      โรงเรียนสอนทำอาหาร สุขภาพ (กินดี สุขภาพดี)

                                                                                                 ii.      สโมสรว่ายน้ำ แข็งแรง (จอมยุทธ์เพิ่มพลังความแข็งแรงจากสายน้ำ)

                                                                                                iii.      สถาบันสอนเต้นรำ ยืดหยุ่น (ปีกนอกชื่อดังในอเมริกันฟุตบอลเรียน ballet เพิ่มความยืดหยุ่น)

                                                                                               iv.      โรงเรียนศิลปะป้องกันตัว ว่องไว (ความว่องไว คือ หัวใจของวิชาการต่อสู้)

b.      บุคลิก

                                                                                                   i.      ศูนย์ออกกำลังกาย รูปร่าง (ฟิตร่างกายให้สวยงามด้วย weight trainning)

                                                                                                 ii.      สถาบันสอนเดินแบบ ท่าทาง (ท่วงท่าสง่างามราวนกยูงบน catwalk)

                                                                                                iii.      สถาบันออกแบบเสื้อผ้า การแต่งกาย (แต่งกายเหมาะสม กลมกลืนตามสถานการณ์)

                                                                                               iv.      โรงเรียนสอนบุคลิกภาพ มารยาท (วัฒนธรรมแตกต่างหลากหลาย ศึกษาไว้ก่อนจะได้ไม่ทำผิดพลาด)

c.       การสื่อสาร

                                                                                                   i.      โรงเรียนสอนร้องเพลง การใช้เสียง (ครูเป็ด มนต์ชีพ สอน AF3 ให้เลือกใช้เสียงที่แตกต่างกัน)

                                                                                                 ii.      สถานีวิทยุ การพูด (ดีเจใช้วาทะเปิดทางเข้าสู่บทบาทอื่นในวงการบันเทิง)

                                                                                                iii.      โรงละคร การแสดงออก (ทุกท่วงท่ามีความหมายทางการสื่อสาร)

                                                                                               iv.      สถาบันสอนภาษา การใช้ภาษา (เลือกใช้คำ เรียงประโยค สื่อความหมายชัดเจน)

2.       ทักษะภายใน

a.       ความคิด

                                                                                                   i.      สำนักพิมพ์ การเขียน (ถ่ายทอดความคิดเป็นตัวอักษร)

                                                                                                 ii.      ห้องสมุด การอ่าน (การอ่านเปิดประตูสู่การเรียนรู้)

                                                                                                iii.      โรงเรียนสอนคอมพิวเตอร์ การคิด (ใช้คอมพิวเตอร์คิดคำนวณ และประมวลผลได้ดี ด้วยความคิดที่ชัดเจนของคน)

                                                                                               iv.      มหาวิทยาลัย การเรียน (เรียนเพื่อให้ได้รับความรู้ หรือ รู้ที่จะเรียนให้ได้ดี)

b.      อารมณ์

                                                                                                   i.      ห้องแสดงศิลปะ จินตนาการ (อารมณ์เปลี่ยน จินตนาการก็เปลี่ยนตาม)

                                                                                                 ii.      โรงเรียนสอนดนตรี ความละเอียดอ่อน (เสียง melody ของดนตรีมีความละเอียดอ่อน)

                                                                                                iii.      สมาคมหมากล้อม การควบคุม (คิดชนะ มักแพ้ หมากล้อมพลิกผันตามสถานการณ์ ผู้ชนะคือผู้ที่ควบคุมตัวเองได้)

                                                                                               iv.      ระเบียงกวี การถ่ายทอด (เรียงร้อยบทกวี ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึก)

c.       จิตใจ

                                                                                                   i.      โรงเรียนสอนโยคะ สมาธิ (ทำท่าแปลกประหลาด เพื่อเรียกสติให้อยู่กับตัวเอง แล้วจิตใจจะสงบลง)

                                                                                                 ii.      สถานปฏิบัติธรรม ความใฝ่ดี (สัมผัสสถานธรรม รับรู้ถึงกระแสความดี)

                                                                                                iii.      ค่ายลูกเสือ ความเป็นผู้นำ (ฝึกตัวเองให้เข้มแข็ง และพร้อมจะรับภาระหน้าที่ได้ทั้งการเป็นผู้นำและผู้ตาม)

                                                                                               iv.      สวนสัตว์ ความเข้าใจชีวิต (เรียนรู้สิ่งมีชีวิตอื่น เพื่อยกระดับจิตใจตนเอง)

ที่จริงแล้ว โรงเรียนต่างๆเหล่านี้ เป็นเพียงตัวแทนความคิดที่สื่อให้เด็กๆ เข้าใจความสามารถต่างๆได้ง่ายขึ้นเท่านั้น แต่ไม่ได้หมายความว่า ความสามารถเหล่านี้ ต้องไปหาจากโรงเรียนเหล่านี้  คุณอาจเรียนรู้ความสามารถที่ว่านี้ จากสถาบันที่ระบุไว้ หรือจากสถาบันที่อื่นก็ได้ ไม่จำเป็นจะต้องให้ตรงกันทุกประการ แต่ที่สำคัญคือ ขอให้เปิดรับการเรียนรู้ในทักษะความสามารถด้านอื่นๆไว้ อย่าปิดกั้นตัวเอง หรือพยายามพัฒนาเพียงแค่ หนึ่ง หรือ สองทักษะที่ตัวเองเก่ง หรือ ตัวเองด้อย เท่านั้น 

จากความคิดพื้นฐานสองกลุ่ม คือ ความคิดที่จะพัฒนาสิ่งที่เด่น และ ความคิดที่จะพัฒนาสิ่งที่ด้อย ผมกำลังนำเสนอความคิดอีกมุมมองหนึ่ง นั่นคือ ความคิดที่จะพัฒนาทักษะให้หลากหลายมากขึ้น เพราะความสามารถทุกด้านล้วนแต่มีความสำคัญต่อความเป็นตัวตนทั้งสิ้น  ดังนั้น หากในวัยเด็กได้ให้โอกาสเปิดรับการเรียนรู้ต่างๆมากขึ้นกว่าเดิมแล้ว ในภายหลังเติบโตเป็นผู้ใหญ่ จึงค่อยไปมุ่งเน้นศึกษาทักษะที่ตนเองมีความสนใจมากขึ้น  และสามารถชักนำทักษะอื่นๆที่เคยเรียนรู้มาส่งเสริมให้เป็นผลงานเฉพาะแบบของตนเองได้

ความคิดอันดับต่อมา คือ ผมไม่ต้องการรูปแบบสี่เหลี่ยม ที่เป็นรูปแบบทางเดินมาตรฐานของเกมเศรษฐ๊โดยทั่วไป ผมจึงลองร่างเป็นวงกลมขึ้นมาก่อน ซึ่งก็ดูแปลกใหม่ดีอยู่ แต่เมื่อผมลองอธิบายเนื้อหา และภาพร่างให้กับคนรอบข้างฟังดู ก็มีความเห็นจากภรรยาของผมว่า รูปแบบกระดานน่าจะเป็น หยินหยาง ได้ ผมก็คลิกขึ้นมาทันที ความเป็นคู่ หยินหยาง ใช่เลยครับ ภาพร่างรูปแบบใหม่ปรากฏชัดเจนขึ้นมาในหัวสมองในทันที พร้อมทั้งสีสัน สองโทน คือ สีโทนแดง-สีโทนน้ำเงินที่จะใช้ในการแบ่งแยกความแตกต่างของความสามารถเหล่านี้ด้วย

หลังจากที่พัฒนารูปแบบของกระดานแนวใหม่นี้แล้วระดับหนึ่ง ผมก็เริ่มลงรายละเอียดปลีกย่อยให้เกมสนุกสนานมากขึ้น แต่ต้องปราศจากมลพิษทางภาษาอีกเช่นเคย ซึ่งผมก็นำเอา หน้าที่เด็กดี 10 ประการ มาแตกเป็นเนื้อหาของใบพลิกผันตามแบบฉบับของเกมเศรษฐี โดยใช้ชื่อว่า  ขุมทรัพย์ความดี และสร้างเงื่อนไขที่ช่วยเสริม หรือลดทอนความได้เปรียบให้เกิดความตื่นเต้นลงในใบอีกกลุ่มหนึ่งในชื่อว่า ปริศนาพลิกผัน

เมื่อพิจารณาเกมนี้ดูแล้ว ผมนึกถึงคัมภีร์สมัยโบราณ หรือลายแทงปริศนา อะไรทำนองนั้น เพราะภายในเกมนี้ ได้ซุกซ่อน สัญลักษณ์ ความรู้ และความคิดต่างๆไว้มากมายทีเดียว เพียงแต่คนเสพจะเลือกรับ เลือกศึกษาเนื้อหาที่ซ่อนเร้นอยู่ได้มากน้อยเพียงไรเท่านั้นเอง

ระหว่างสองเกมแรกนี้ ผมชอบเกมแรกเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้ทำเกม และมีแง่คิดที่ดีมานำเสนอ  และผมชอบเกมที่สอง เพราะเป็นของแปลกใหม่ และถ่ายทอดเนื้อหาที่ดีไปสู่สังคมด้วยความตั้งใจดี ซึ่งผมก็หวังให้ทั้งสองเกมนี้ อยู่ในท้องตลาดได้นานๆ เพื่อให้เด็กไทยได้รับข้อมูลที่ดีเหล่านี้ไปใช้

เกมเศรษฐีเวอร์ชั่นสองนี้ คือ เกมเศรษฐีเด็ก อัจฉริยะรอบด้าน ออกวางขายราวเดือน มีนาคม 2551ครับ

  

Articles

คนสร้างเกม (1) เกมเศรษฐีเด็ก ปังปอนด์ นักลงทุนคนเก่ง

In เกม on September 2, 2010 by victorytoys

  

ถ้าเราไม่ได้เริ่มทำ เราก็ไม่รู้หรอกว่า เราทำได้หรือไม่ และทำได้ดีเพียงไร

                ผมไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่า ผมจะมาทำเกมเศรษฐีในเวอร์ชั่นของผมเองออกมาหลายเวอร์ชั่นเช่นนี้ ตอนเด็กๆ ผมเคยมีเกมนี้อยู่หนึ่งชุด ซึ่งผมมีโอกาสได้เล่นกับคนอื่นๆน้อย เพราะการเล่นต้องใช้เวลานานมาก ทำให้หลายครั้งที่ผมต้องนั่งเล่นเกมนี้อยู่เพียงคนเดียว และแกล้งเล่นมั่วให้จบๆเกม

จุดเริ่มต้นของการทำเกมนั้นมาจากการที่ผมหยิบเอาเกมเศรษฐีที่มีวางขายอยู่ในท้องตลาดมาเล่นกับลูกๆของผม แล้วผมก็พบว่า เกมที่ว่านี้ มีจุดพิมพ์ผิดอย่างเหลือเชื่ออยู่ 2-3 จุด นั่นคือ การเอาคำสั่ง (การกระทำ) มาเป็นชื่อของช่องเดิน และใบหุ้น (สถานที่) เช่น คำว่า จ่ายค่าไฟ เอามาเป็นชื่อของสถานที่ และเป็นใบหุ้นให้ซื้อขายกันในเกมได้อย่างไรกัน แล้วเกมนี้ ก็มีวางขายมานานแล้ว เจ้าของโรงงานไม่คิดจะแก้ไขมันให้ถูกต้องบ้างหรือไร และยังปล่อยให้เกมคุณภาพต่ำเช่นนี้วางขายอยู่ได้อีกหรือ

                ผมจึงมีความคิดเริ่มต้นที่อยากจะมีเกมเศรษฐีที่มีคุณภาพในเรื่องของการผลิต และเนื้อหาที่ถ่ายทอดอยู่ในเกมด้วย เพราะหลังจากที่เล่นเกมพวกนี้แล้ว คำศัพท์ต่างๆได้เข้าไปอยู่ในสมองของลูกผมหมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ไฟไหม้ น้ำท่วม ล้มละลาย หรือแม้กระทั่ง ซื้อหวย เล่นหุ้น ซึ่งเป็นคำศัพท์เกินวัยของเด็กเล็กทั้งสิ้น และถ้อยคำก็มีความรุนแรงแฝงอยู่ที่ทำให้เด็กบางคนต้องน้ำตาตก เมื่อเจอสถานการณ์นั้นๆ (แม้ว่าเป็นแค่การสมมุติเหตุการณ์ขึ้นมาก็ตาม แต่มันก็นำไปสู่จินตนาการของเด็กได้จริงๆ)

                ในเบื้องต้น ผมได้นำเกมเศรษฐีหลายๆเวอร์ชั่นมาพิจารณาเนื้อหา และรูปแบบที่เคยมีมา แล้วจึงค่อยๆนึกหาแนวทางที่มีความเหมาะสมมาปรับใช้เข้ากับเกมเศรษฐีเวอร์ชั่นแรกของผม โดยผมพัฒนาเนื้อหาและรูปแบบให้ลดทอนความรุนแรงลง และอยู่ในบรรยากาศของเด็กเล็กให้มากที่สุด  เนื้อหาที่มีจึงเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ต่างๆในชีวิตประจำวัน ที่เด็กเล็กเหล่านี้เคยทำ หรือทำได้ทั้งสิ้น เช่น เด็กๆสามารถไปเที่ยวสถานที่ต่างๆ กับพ่อแม่ได้ ซื้อขนมหรือของชิ้นเล็กๆได้ เป็นต้น

เนื้อหาที่ท้าทายความคิดของผมกลับเป็นเรื่องของการหารายได้ของเด็ก ซึ่งผมเลือกที่จะใส่เนื้อหาของการประกวด การแข่งขันชิงรางวัล หรือการรับจ้างแลกเงินในรูปแบบต่างๆ ซึ่งเรื่องเหล่านี้อาจทำให้ใครบางคนฉุกคิด และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ นั่นก็เป็นสิ่งที่ดีต่อตนเองและครอบครัวได้ด้วย

 

                ส่วนที่สอง ผมร่างความคิดเรื่องของรูปแบบสินค้านั้นให้เป็นหมวดหมู่ก่อน โดยจับกลุ่มสินค้าที่อยู่ใกล้ตัวเด็กมากที่สุด นั่นคือ ขนม เสื้อผ้า ยา บ้าน บันเทิง อาหาร โรงเรียน และการเดินทาง พอคิดไปคิดมา ผมก็คิดไปถึงเรื่องของปัจจัยสี่ซึ่งมี อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยารักษาโรค และที่อยู่อาศัย ขึ้นมา จึงได้แตกความคิดเรื่องสินค้าให้สะท้อนความเป็นปัจจัยสี่ออกมา และวางสินค้าให้ครอบคลุมเนื้อหาของแต่ละหัวข้อให้มากที่สุด แล้วค่อยเพิ่มเติมเรื่องความหลากหลายของอาหารนานาชาติ ความบันเทิงในแบบต่างๆ และโรงเรียนพิเศษที่ค่อนข้างคุ้นเคยมากที่สุด และปิดท้ายด้วยความทรงจำของการเดินทางที่เด็กมักจะนึกถึง ได้แก่ โรงแรม และเครื่องบิน

                สาเหตุที่ผมไม่ใส่หัวข้อของปัจจัยสี่ลงไปเลยนั้น ถือว่าเป็นการต่อสู้ทางความคิดอย่างหนึ่งของผมเอง เพราะชื่อหัวข้อตรงๆ ไม่สามารถแตกออกมาเป็นสินค้า 4 อย่างให้เกิดความหลากหลายได้ ผมจึงเลือกใช้คำอื่นที่ครอบคลุมความเป็นสิ่งนั้นให้ได้มากขึ้น และยังฟังแล้วเข้าใจง่ายสำหรับเด็กเช่นเดิม เช่น เครื่องนุ่งห่ม การแต่งกาย ยารักษาโรค สุขภาพ และ ที่อยู่อาศัย อุปกรณ์ตกแต่งบ้าน เป็นต้น

                ส่วนสุดท้าย คือ รูปแบบของกระดาน และวิธีการเล่น ซึ่งผมยังคงรักษาโครงสร้างดั้งเดิมไว้ทั้งหมด นั่นคือ ช่องทางเดินเป็นทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัส และกฎกติกาเหมือนเกมเศรษฐีโดยทั่วไป ด้วยความที่อยากให้เป็นเกมสำหรับเด็ก ผมจึงออกแบบให้สินค้าเป็นรูปสัญลักษณ์แบบง่ายๆด้วย ทำให้เด็กๆได้เรียนรู้ภาพสัญลักษณ์เหล่านี้ไปด้วยอีกประการหนึ่ง

                หลังจากผ่านกระบวนการผลิตต่างๆจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผมก็นำเกมต้นแบบมานั่งเล่นกับลูกของผมอย่างมีความสุข ผมสบายใจที่เด็กๆอ่านคำสั่งด้วยความสนุกร่าเริง และมองดูภาพสัญลักษณ์ในช่องต่างๆอย่างสนใจ  และผมเองก็ดีใจที่สร้างกติกาการเซฟเกมไว้ให้กับเด็กๆได้เข้าใจ เพราะผมสามารถให้เด็กหยุดเกมลงตามเวลาที่กำหนด แล้วค่อยมาเล่นต่อในวันหลัง ซึ่งนี่คือจุดอ่อนตามปกติของเกมประเภทนี้ที่ทำให้หลายคนปวดหัวและรำคาญใจ แต่ผมเอาชนะมันได้แล้ว(ผมใส่ tip นี้ไว้ในคำอธิบายเกมด้วย)

ในที่สุด เกมเศรษฐีเวอร์ชั่นแรกของผม ก็ได้เข้าสู่ตลาด ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2551 ภายใต้ชื่อว่า เกมเศรษฐีเด็ก – นักลงทุนคนเก่ง ด้วยความมุ่งหวังว่า เกมคุณภาพเช่นนี้ ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเด็กๆทั่วไป  และจะอยู่รอดได้ในสังคมไทยในปัจจุบัน